urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้ สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาล
การบริหารยา

Heparin

แนวทางการบริหารยา

  1. ห้ามฉีดเข้ากล้ามเพราะอาจเกิดอันตรายจากการห้อเลือด
  2. ห้ามใช้ในผู้ป่วยระหว่างผ่าตัดตา สมอง หรือไขสันหลัง และภายหลังจากการผ่าตัดเหล่านี้
  3. ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคเลือดออก รวมทั้ง haemophilia มีการซึมออกของเลือดหลังผ่าตัด โรคแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ วัณโรคที่มีอาการรุนแรง การทำแท้ง โรคตับและไต ดีซ่าน หรือความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรง
  4. ไม่ควรใช้ร่วมกัน Aspirin เนื่องจากจะไปเพิ่มฤทธิ์ของ Heparin

บทบาทของพยาบาล

  1. Side effects เกร็ดเลือดต่ำ เลือดออกง่าย โปแตสเซียมสูง
  2. Monitor PTT, Platelet count, Hemoglobin, สังเกตอาการเลือดออกที่อวัยวะต่างๆ เช่นผิวหนังมีจ้ำเลือด โดยเฉพาะเมื่อมีการให้ร่วมกับ Warfarin
  3. ห้ามผสมกับยา Amikacin,Amiodarone,Amphotericin B,Atracurium,Ciprofloxacin, Dobutamine
  4. Antidote ให้ฉีด Protamine sulfate ช้าๆ

Insulin

แนวทางการบริหารยา

  1. ระวังการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากการให้ยาผิดชนิด ผิดขนาด ให้ผิดเวลา ให้ผิดคน หรือผู้ป่วยเองรับประทานอาหารผิดเวลา หรือรับประทานอาหารมากหรือน้อยผิดปกติ
  2. แพทย์ควรระบุชนิดของอินซูลินที่ต้องการใช้ให้ชัดเจน ควรสั่งใช้โดยระบุชื่อสามัญทางยา ในทุกขั้นตอนของการให้ยา

บทบาทของพยาบาล

  1. ตรวจสอบชนิดยาอินซุลินและวันหมดอายุของยา ก่อนให้ยาผู้ป่วย
  2. สอนผู้ป่วยให้สังเกตตัวเองเวลาระดับน้ำตาลต่ำ และสอนวิธีแก้ไข เช่น ดื่มน้ำหวานหรืออมลูกอมรสหวาน
  3. ดู Vital sign เพราะอาจเกิด Tachycardia ได้
  4. ดูระดับน้ำตาลในเลือด ค่าปกติของน้ำตาลในเลือด(DTX) ควรเป็น 60-100 mg/dl ในพลาสมา(FBS)ควรเป็น 70-110 mg/dl
  5. สอนวิธีการดูดยาและวิธีฉีดยาที่ถูกต้อง

Magnesium sulfate inj

แนวทางการบริหารยา

  1. งดการใช้ชื่อย่อที่ก่อให้เกิดความสับสนกับยาอื่น เช่น MgSO4 vs MSO4
  2. มี 2 ขนาดคือ      10%MgSO4 10 ml (MgSO4 1 g มี Mg2+ 8 mEq ใน 10 ml)
    50%MgSO4 2 ml (MgSO4 1 g มี Mg2+ 8 mEq ใน 2 ml)
  3. ระวังสับสนกับ Morphine sulphate
  4. ระวังในผู้ป่วยที่ใช้ยา digoxin เนื่องจากอาจทำให้เกิด heart block ได้
  5. ห้ามใช้ในในผู้ป่วยที่เกิด heart block หรือมี myocardial damage,ผู้ป่วย pre-eclampsia ที่อยู่ในระหว่างการคลอด 2 ชั่วโมง,ในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่องอย่างรุนแรง
บทบาทของพยาบาล
  1. ตรวจสอบ infusion pump ขณะให้ Magnesium sulfate เสมอ
  2. การให้ IM ควรฉีดที่กล้ามเนื้อลึกๆ (deep IM) ของขนาดที่ไม่เจือจาง 50% (ในเด็กต้องเจือจางให้ความเข้มข้นไม่เกิน 20%) ส่วนการให้ IV push ต้องเจือจางและไม่ให้เร็วกว่า 150 mg/min ส่วน IV infusion ให้ไม่เกิน 1.5 ml/min ของความเข้มข้น 10% ยกเว้นกรณีที่เป็น severe eclampsia (อาจให้ 2 g/hr เพื่อป้องกันการเกิด hypotension กรณีที่เป็นรุนแรงอาจให้ 4 g/hr)
  3. ติดตามอาการพิษจากยา ได้แก่ หัวใจเต้นช้า, หน้าแดง, ปวดศีรษะ, คลื่นไส้, อาเจียน, ไม่มีแรง, หายใจสั้น เหงื่อออก, ความดันเลือดต่ำ, อาการไม่รู้สึก (stupor), กดการตอบสนอง (depressed reflexes), อุณหภูมิต่ำ

การแก้พิษ:

  1. ดูแลเรื่องความดันโลหิตและการหายใจของผู้ป่วยให้เป็นปกติ
  2. ฉีด calcium gluconate ช้าๆ (Ca 5-10 mEq) หรือ 10-20 ml ของ สารละลาย 10% (อาจเจือจางด้วย 0.9% sodium chloride) เพื่อ reverse heart block หรือ respiration depression
  3. อาจทำ dialysis ถ้าการทำงานของไตผู้ป่วยลดลง
  4. monitoring การทำงานของไต, อัตราการเต้นของหัวใจ, ความดันโลหิต, อัตราการหายใจ, วัดระดับ Mg ในเลือด ทุก 12-24 ชม.หลังการ infusion

 

Methotrexate tablet

แนวทางการบริหารยา

  1. แพทย์ควรเขียนคำสั่งใช้ยาอย่างสมบูรณ์ และระบุขนาดยาว่า 2.5 mg ทุกครั้ง รวมทั้งวิธีการให้ยา
  2. ควรมีการสั่งตรวจLab การทำงานของตับ (AST และ ALT) และไต (BUN และ Creatinine) เป็น baselineก่อนได้รับยา
  3. ตรวจสอบประวัติการเป็นไวรัสตับอักเสบ ,ดีซ่าน,ตัวเหลือง,ตาเหลือง ของผู้ป่วย
  4. ไม่ควรใช้ตัวย่อ MTX เพราะอาจสับสนกับ MTV
  5. ระวังการใช้ร่วมกับยา Salicylate,Sulfonamides,High doses of penicillins,NSAIDS เพราะจะเพิ่มพิษของ Methotrexate
  6. ห้ามใช้ในคนไข้โรคตับและไตอักเสบหรือคนไข้โรคโลหิตจางอย่างรุนแรง leucopenia ,thrombocytopenia,alcoholic liver diseases,AIDS,pre-existing blood dyscrasias ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร
บทบาทของพยาบาล
  1. ให้ผู้ป่วยงดการดื่มแอลกอฮอล์
  2. เฝ้าระวังอาการที่แสดงว่ามีระดับยาสูง ได้แก่ ปัสสาวะมีสีส้มแดง ,อุจจาระสีดำ,เป็นไข้,มีแผลในปาก,มีจ้ำเลือดหรือเลือดออกผิดปกติ,อาเจียน,เท้าหรือข้อเท้าบวม,ชัก
  3. วิธีแก้พิษเมื่อได้รับยาเกินขนาด : โดยให้ Calcium leucovorin ทันที ส่วนในกรณีที่ป้องกันการตกตะกอนของยา Methotrexate ในไต ควรให้สารน้ำและปรับปัสสาวะให้เป็นด่าง หรืออาจทำ hemodialysis หรือ peritoneal dialysis ซึ่งสามารถช่วยให้การกำจัด Methotrexate ดีขึ้น

Nitroglycerine injection

( glyceryl trinitrate 50mg/10 ml.)

แนวทางการบริหารยา

  1. การให้ยาต้องฉีดแบบ IV Infusion เท่านั้น
  2. Dilution ที่ใช้อาจจะเป็น 5% Dextrose Inj. B.P. หรือ 0.9% NSS โดยสารละลายจะต้องอยู่ในภาชนะที่เป็นแก้วเท่านั้น เพราะภาชนะที่เป็นพลาสติกจะดูดสารละลายยาเข้าไปได้ 
  3. ไม่ควรให้ยากับผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจาง หรือผู้ป่วยบาดเจ็บหรือมีเลือดออกในสมองเพราะยาอาจไปเพิ่มความดันในกระโหลกศีรษะได้,
  4. ไม่ควรให้ยากับผู้ป่วยที่เป็นต้อหินเพราะยาอาจไปเพิ่มความดันของลูกตาได้,
  5. ไม่ควรให้ยาร่วมกับแอลกอฮอล์เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลงได้

บทบาทของพยาบาล

  1. Monitor Blood pressure, Heart rate, PCWP
  2. ไม่ควรผสมสารละลายยา Nitroglycerin Injection กับยาตัวอื่นๆ
  3. ต้องระวังกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการของความดันโลหิตต่ำ เช่นเป็นลม วิงเวียน อ่อนเพลีย โดยเฉพาะความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนอิริยาบทอันเนื่องมาจากได้รับยาเกินขนาด ต้อง consult แพทย์ เพื่อลดขนาดยาลง

Nitroprusside Sodium Injection

แนวทางการบริหารยา

  1. ให้ IV เท่านั้น
  2. ห้ามผสมยาอื่นใน syringe เดียวกัน
  3. ระวังความดันโลหิตต่ำลงอย่างรุนแรง หยุดหายใจ กล้ามเนื้อกระตุก หัวใจหยุดเต้น

บทบาทของพยาบาล

วิธีการบริหารยา

  • ละลาย sodium nitroprusside 50 mg ด้วย 5% dextrose in water 2-3 ml (ต้องเป็น
    5% dextrose in water เท่านั้น)
  • เจือจางด้วย 5% dextrose in waterเพื่อให้ได้ความเข้มข้นที่ต้องการ
ขนาด sodium nitroprusside (mg)

50

ปริมาณของ 5% dextrose in water (ml)

250

500

1000

ความเข้มข้นที่ได้ (mcg/ml)

200

100

50

หมายเหตุ แนะนำให้ใช้ 5% dextrose in water เป็นตัวทำละลายเท่านั้น แต่การใช้ sterile water for  injection ก็สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย

  1. หุ้มขวดหรือถุงใส่สารละลายตลอดสาย IV เพื่อกันแสง
  2. ให้ยาภายใน 24 ชั่วโมง หลังผสมเสร็จ ถ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือสีฟ้าห้ามใช้
  3. ระวังยารั่วออกจากเส้นเลือด จะทำให้ปวดมาก
  4. ห้ามหยุดยากะทันหัน
  5. metabolite ของ sodium nitroprusside คือ cyanide และ thiocyanate ดังนั้นจึงต้องเฝ้าระวังพิษของ thiocyanate  และ CO2 retention ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการ metabolic acidosis, confusion, blurred vision, nausea และ ataxia4

 

Hit Counter