urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้ สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาล
การบริหารยา

Adrenaline Injection

แนวทางการบริหารยา

1.ใช้ในกรณี แก้แพ้ยา หลอดลมตีบ หัวใจหยุดเต้น ความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรง
2.ผลข้างเคียง คลื่นไส้ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ สั่น วิงเวียน หน้ามืด
3.ข้อควรระวัง  ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว หยุดหายใจ อาจเกิด ventricular fibrillation, pulmonary edema ซึ่งถึงแก่ชีวิตได้

บทบาทของพยาบาล

1.ตรวจดู vital sign: BP ทุก 3-5 นาที, pulse rate
2.รายงานแพทย์ทันทีเมื่อพบอาการ tachycardia, palpitation, BP สูง
3.ตรวจดู IV site เพราะอาจเกิด tissue necrosis ได้ ถ้ามียารั่วออกมา

Amiodarone

(CordaroneInjection, Tablet)

แนวทางการบริหารยา    

1.cardiac arrest (VF/pulseless VT)

  • Step 1: 300 mg. dilute 5%D/W 30 ml. IV push 3-5 นาที (ซ้ำได้อีก 150 mg. IV) สูงสุดไม่เกิน 2.2 g/ 24 hrs

2.wide complex tachycardia (stable) 24 ชั่วโมงแรก ให้ยา 1000 mg. โดยให้ตามลำดับ ดังนี้

  • Step 1: 150 mg (100 ml.) ใน 10 นาทีแรก (ผสม 3 ml. ใน 100 ml. D-5-W)
  • Step 2: 360 mg. (200 ml) ใน 6 ชั่วโมงถัดไป (ผสม 18 ml. ใน 500 ml. D-5-W)
  • Step 3: 540 mg. (300 ml.) ใน 18 ชั่วโมงถัดไป

บทบาทของพยาบาล

  1. ตรวจการทำงานของหัวใจเสมอ วัดชีพจร สังเกตความแรง ความถี่ และการเป็นจังหวะ
  2. เตรียม Dopamine ไว้ใช้แก้ไขยามฉุกเฉิน
  3. แนะนำงดสุรา ไวน์เบียร์ งดสูบบุหรี่ เตือนผู้ป่วยให้งดคาเฟอีน ในชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง และระวังการใช้ร่วมกับยาบางชนิด เช่น Cafergot
  4. อาจเกิด prolong QT interval (เช่นให้ร่วมกับยา procainamide)

Atropine Injection

แนวทางการบริหารยา

  1. ให้ 1 mg ฉีดเข้าทางเส้นเลือดดำช้าๆ และให้ซ้ำได้ 3-5 นาที หากยังไม่ตอบสนอง แต่ไม่เกิน 3 mg
  2. กรณีหัวใจเต้นช้า อาจให้ขนาด 0.5-1 mg ซ้าได้ทุก 3-5 นาที ขนาดโดยรวมไม่เกิน 3 mg หรือ 0.04mg/kg

บทบาทของพยาบาล

  1. ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และ Mental status
  2. ห้ามผสมยาร่วมกับยา Ampicillin,Chloramphenicol,Adrenaline,Heparin,Warfarin
  3. อาการข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น ปากแห้ง,ตาพร่ามัว,หัวใจเต้นช้า,ชีพจรเต้นเร็ว, รูม่านตาขยาย และการปรับภาพเสีย

Calcium gluconate Injection

แนวทางการบริหารยา

  1. .ข้อบ่งใช้ ในผู้ป่วยที่มีหรือสงสัยว่ามี Hyperkalemia (เช่น ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง) หรือภาวะ Calcium ต่ำ (เช่น หลังได้รับเลือดหลายครั้ง)
  2. ค่าปกติ 4.5-5.5 mEq/L (Ionized Calcium)
    • Calciumต่ำจะชักกระตุกปากเบี้ยวนิ้วชากล้ามเนื้อเป็นตะคริวเลือดออกง่ายหัวใจบีบตัวอ่อนลง
    • Calcium สูง กล้ามเนื้อจะเปลี้ย ปวดบริเวณกระดูก

บทบาทของพยาบาล

  1. ควรผสม Calcium ใน D-5-W ไม่ควรใช้ NSS เพราะ sodium ทำให้ calcium ขับออกเร็วขึ้น
  2. ห้ามผสมใน Bicarbonate เพราะจะตกตะกอน
  3. ดูการใช้ยาอื่นร่วมด้วย เช่น
  • Calcium เสริมฤทธิ์ digoxin
  • HCTZ เสริมฤทธิ์ calcium ในเลือด
  • Calcium blocker, Tatracycline, NaCl ลด Calcium ในเลือด

Cyclophosphamide

แนวทางการบริหารยา

  1. ควรรับประทานยาพร้อมอาหารหรือหลังอาหารเพื่อลดผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร
  2. ในระหว่างการใช้ยาควรดื่มน้ำประมาณ 2-3 ลิตร/วัน และปัสสาวะทิ้งบ่อยๆ เพื่อลดอัตราการเกิดเลือดออกในกระเพาะปัสสาวะ (Hemorrhagic cystitis) ซึ่งจะมีปัสสาวะเป็นสีแดงจางหรือเป็นเลือดได้
  3. ก่อนใช้ยาต้องตรวจเม็ดเลือดขาวและเกร็ดเลือด โดยเม็ดเลือดขาวต้องมากกว่า 3000/มม3 และ เกร็ดเลือดมากกว่า 100,000/มม3  
  4. ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ควรมีการตรวจระดับน้ำตาลเพื่อป้องกันการเกิด hypoglycemia
  5. เนื่องจากยามีผลต่อการกดไขกระดูก   ดังนั้นจึงควรแนะนำให้ผู้ป่วยระมัดระวังการติดเชื้อ หากมีไข้ เจ็บคอให้รีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุต่อไป

Digoxin Injection,Tablet ,Elixir

แนวทางการบริหารยา

  1. ควรหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อการค้า Lanoxin
  2. ขนาดยารับประทานทั่วไปในผู้ใหญ่ 0.125-0.375 มิลลิกรัม/วัน  วันละครั้ง (ยกเว้นผู้ป่วยที่ต้องการยาระดับสูงทันที อาจให้เพิ่มขนาดครึ่งถึงหนึ่งเท่าครึ่งของขนาดปกติ ทุก 6-8 ชั่วโมง ซึ่งต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์)
  3. ห้ามใช้ในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคไตขั้นรุนแรง ผู้ป่วยที่มี K ต่ำ
  4. อาการพิษ ได้แก่ หัวใจเต้นช้า หัวใจหยุดเต้น กดสมอง อาจทำให้เสียชีวิตได้

บทบาทของพยาบาล

  1. สอนผู้ป่วยให้จับชีพจรตนเองก่อนกินยา ถ้าต่ำกว่า 60 ครั้ง/นาที ต้องบอกพยาบาล/แพทย์
  2. แนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มี K สูง เช่น กล้วย ส้ม
  3. เมื่อให้ยาน้ำต้องใช้หลอดหยดที่มีขีดระบุชัดเจน
  4. ถ้าต้องทำ cardiovasion ในผู้ป่วยที่ได้ digoxin ไปแล้ว ต้องใช้กำลังไฟฟ้าต่ำ (10-20 J)

Dobutamine Injection

แนวทางการบริหารยา

  1. ขนาดบริหารยาทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แตกต่างตามวัตถุประสงค์และต่ำกว่า Dopamine และขนาดสูงสุด 40 mcg/kg/min IV ในผู้ใหญ่และเด็ก (USFDA ไม่รับรองการใช้ในเด็ก)
  2. ไม่มีข้อบ่งใช้ในการรักษาผู้ป่วยความดันเลือดต่ำ

บทบาทของพยาบาล

  1. จัดวางยาให้ห่างจาก dopamine
  2. ไม่ควรสำรองยาบนหอผู้ป่วยเพื่อลดโอกาสสับสนกับ dopamine เนื่องจากไม่มีข้อบ่งใช้ที่ฉุกเฉิน
  3. ไม่ผสมร่วมกับ Sodium bicarbonate หรือสารละลายที่เป็นด่างแก่

Dopamine Injection

แนวทางการบริหารยา

  1. ระวัง ห้ามใช้ร่วมกับ Dilantin เพราะทำให้ความดันต่ำ และหัวใจเต้นช้าลง (Bradycardia)
  2. Sodium bicarb. ทำให้ Dopamineหมดฤทธิ์ได้และห้ามให้ยาในสายเดียวกัน
  3. ข้อบ่งใช้ รักษา symptomatic bradycardia ที่รักษาด้วย atropine ไม่ได้ผล หรือรักษาภาวะความดันโลหิตต่ำ (ไม่มี hypovolemia)

บทบาทของพยาบาล

  1. ตรวจบริเวณที่ให้ยาทุก 30-60 นาที เพราะยาอาจรั่วซึม ทำให้เกิดเนื้อตายได้
  2. ให้ทางเส้นเลือดใหญ่ เช่น central vein
  3. ควรใช้ infusion pump ในการให้ยาเสมอ
  4. ถ้าสารละลายเปลี่ยนสีจากสีเหลืองอ่อน  ๆ ต้องทิ้ง
  5. ห้ามหยุดยากะทันหัน เพราะจะทำให้ความดันลดต่ำมากทันที
  6. การหยุดยาต้องค่อย ๆ ลดขนาดยาทีละน้อย
  7. ห้ามผสมกับ Sodium bicarbonate
  8. จัดวางยาให้ห่างจาก Dobutamine เพื่อป้องกันการหยิบยาผิด

Enoxaparin sodium

(0.4,0.6 ml)

แนวทางการบริหารยา

  1. ห้ามฉีดเข้ากล้าม
  2. ห้ามใช้ยาในภาวะที่กำลังมีเลือดออกอย่างมาก หรืออยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงสูงต่อการมีเลือดออกที่ควบคุมไม่ได้ รวมถึงเคยเกิดหลอดเลือดในสมองแตกเมื่อไม่นานมานี้
  3. เมื่อมีการทำ Spinal/Epidural anesthesia ร่วมกับการใช้ Enoxaparin การใส่และถอด catheter ควรทำเมื่อฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดจากการให้ Enoxaparin ผ่านไปนาน 10-12 ชม.
  4. ระมัดระวังการใช้ร่วมกับยา ASA,NSAIDs,Ticlid,Dextran40,Glucocorticoids,Thrombolytics and anticoagulants เนื่องจากจะยิ่งทำให้มี bleed มากขึ้น

บทบาทของพยาบาล

  1. ไม่ควรไล่ฟองอากาศก่อนฉีดยา ควรฉีดในขณะที่ผู้ป่วยนอนราบ ฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังบริเวณผนังหน้าท้องด้านข้างของลำตัวโดยฉีดสลับด้านซ้ายและขวา
  2. ควรติดตามตรวจนับจำนวนของเกล็ดเลือดในระหว่างการใช้ยา ถ้าต่ำกว่า 30-50%ของค่าเริ่มต้น ต้องหยุดยาทันที
  3. แก้ไขภาวะการได้รับยาเกินขนาดด้วยการให้ protamine
  4. หากเกิด skin necrosis บริเวณที่ฉีดยา ซึ่งมักมีอาการนำมาก่อน เช่น มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง หรือแผ่นผิวหนังเป็นรอยแดงแข็ง และเจ็บปวดบริเวณนั้น ให้หยุดยาทันที
  5. เฝ้าระวังอาการ bleed เช่น จ้ำเลือด,เลือดกำเดา, เลือดออกตามไรฟัน,ปัสสาวะเป็นเลือด เลือดออกในทางเดินอาหาร

 

Hit Counter