urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้ สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาล
การบริหารยา

การฉีดยาทางหลอดเลือดดำ

จุดประสงค์

เป็นการให้ยาที่ต้องการให้ออกฤทธิ์เร็วหรือต้องการรักษาระดับของยาในกระแสเลือดให้สม่ำเสมอ ยาที่ให้ต้องมีลักษณะเป็นน้ำใส และไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน

มี 4 วิธี
• การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำโดยตรง
• การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำโดยผ่านชุด heparin lock
• การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำผ่านชุดให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ
• การให้ยาทางหลอดเลือดดำเป็นหยด

  ก่อนจะลงมือฉีดยา ต้องทบทวนตามหลัก 6 R เสียก่อน แล้วจึงค่อยลงมือ ตามขั้นตอนต่อไปนี้

 

การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำโดยตรง

  1. ให้ผู้ป่วยกำมือข้างที่จะฉีดยาให้แน่น ใช้สายรัดห้ามเลือดเหนือบริเวณที่จะแทงเข็ม 2- 3 นิ้ว
  2. • ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่จะแทงเข็มด้วย antiseptic solution
  3. • ไล่อากาศจากกระบอกฉีดยาจนหมด
  4. • ทำผิวหนังบริเวณที่จะแทงเข็มให้ตึง
  5. • แทงเข็มเข้าหลอดเลือดดำ โดยหงายปลายตัดเข็มขึ้น เมื่อเลือดเข้ามาในกระบอกฉีดยาให้ลดมุมการแทงเล็กลง ให้เข็มขนานกับผิวหนัง ดันเข็มเข้าไปในหลอดเลือดดำประมาณ 2/3 ของความยาวเข็ม ถ้ายังมีเลือดไหลเข้ามาในกระบอกฉีดยา แสดงว่าเข็มยังอยู่ในหลอดเลือดดำ ให้ปลดสาย tourniquet และเดินยาช้า ๆ จนหมด สังเกตอาการผู้ป่วยขณะให้ยา
  6. • ใช้สำลีกดบนตำแหน่งที่แทงเข็ม ถอนเข็มออก กดสำลีไว้สักครู่ให้เลือดหยุด หรือใช้ พลาสเตอร์ปิดทับสำลีไว้ให้แน่น

การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำโดยผ่านชุด heparin lock

heparin lock หรือ ที่ในปัจจุบันนิยมใช้เป็น normal saline lock แทนนั้น เป็นชุดอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใส่คาหลอดเลือดดำไว้สำหรับให้ยาทางหลอดเลือดดำเป็นระยะ ๆ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นเข็มพลาสติค (medicut หรือ iv cath หรือ intravenous catheter)ใส่คาไว้ในหลอดเลือดดำ  อีกส่วนเป็นรูปทรงกระบอกปลายข้างหนึ่งต่อกับเข็ม อีกปลายเป็นจุกยางปิดไว้เพื่อใช้สำหรับแทงเข็มเพื่อฉีดยา (medication port  หรือ injection plug)  หรือ อาจใช้สาย extention tub ขนาดเล็กและสั้นแทนจุกยางดังกล่าว

ในชุด heparin lock จะใส่ heparin soulution 10 – 100 unit/cc.  เมื่อผสมเสร็จแล้วจะแบ่งใช้ครั้งละ 1.0 - 2.0 cc หรือ normal saline solution (NSS) ครั้งละ 1-3 cc  ฉีด lock ไม่ให้เลือดแข็งตัว หลังเสร็จสิ้นการฉีดยา

วิธีการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำโดยผ่านชุด heparin lock มีดังนี้

  1. เตรียมกระบอกฉีดยาบรรจุ heparin ตามวิธีผสมข้างต้นจำนวน 2 cc (ไล่อากาศออกจนหมด )
  2. เตรียมกระบอกฉีดยาบรรจุ NSS จำนวน 2 cc (ไล่อากาศออกจนหมด )
  3. ทำความสะอาด injection plug ด้วย 70 % alcohol ปล่อยให้แห้ง
  4. ฉีด NSS เข้า injection plug 1 cc. เพื่อไล่ heparin เก่า และทดสอบว่า clot หรือไม่ ถ้าฉีดยาก ฝืด ผิดปกติ ห้ามใช้แรงดันฉีดเข้าไป ให้สงสัยว่าเกิด clot ให้ off แล้วแทงใหม่
  5. ถ้าไม่มีปัญหา ให้ ฉีดยาเข้าทาง injection plug จนหมดตามขนาดที่ผู้ป่วยต้องได้รับ  
  6. ฉีด NSS เข้า injection plug 1 cc. เพื่อไล่ยา
  7. แล้วฉีด heparin เข้า injection plug  เพื่อ lock
วิธีการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำโดยผ่านชุด normal saline lock มีดังนี้
  1. เตรียมกระบอกฉีดยาบรรจุ NSS 3 cc. ไล่อากาศออกจนหมด
  2. ทำความสะอาด injection plug ด้วย 70 % alcohol ปล่อยให้แห้ง
  3. ฉีด NSS เข้า injection plug 1 cc. เพื่อทดสอบว่า clot หรือไม่ ถ้าฉีดยาก ฝืด ผิดปกติ ห้ามใช้แรงดันฉีดเข้าไป ให้สงสัยว่าเกิด clot ให้ off แล้วแทงใหม่
  4. ถ้าไม่มีปัญหา ให้ ฉีดยาเข้าทาง injection plug จนหมดตามขนาดที่ผู้ป่วยต้องได้รับ
  5. ฉีด NSS เข้า injection plug 2 cc. เพื่อไล่ยา และ lock  

กรณีที่ใช้ normal saline lock
ถ้ามีการฉีดยาห่างกันเกิน 6-8 ชั่วโมง อาจทำให้ clot ได้ จะต้องฉีด NSS ทุก 6-8 ชั่วโมง

การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำโดยผ่านชุดให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ

  1. ตรวจสอบว่าน้ำเกลือไหลดี บริเวณที่แทงเข็มให้น้ำเกลือไม่มีบวม แดง
  2. ใช้สำลีชุบ แอลกอฮอล์ 70 % เช็ดบริเวณmedication port หรือท่อยางของสายน้ำเกลือ  ขอย้ำว่าไม่ใช่ตรงท่อที่เป็นพลาสติคใส เพราะถ้าฉีดตรงนั้น สายน้ำเกลือจะรั่ว ใช้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนสายใหม่ทำให้สิ้นเปลือง
  3. ใช้เข็มเบอร์ 23 หรือ 24 ในการฉีด ไล่อากาศจากกระบอกฉีดยาจนหมด
  4. แทงเข็มเข้าบริเวณmedication port  หรือ ท่อยางที่เช็ดแอลกอฮอล์ไว้แล้ว โดยหงายปลายตัดเข็มขึ้น หักพับสายให้น้ำเกลือเหนือตำแหน่งฉีดยา เดินยาช้า ๆ จนหมด สังเกตอาการผู้ป่วยขณะให้ยา
  5. ใช้สำลีชุบ แอลกอฮอล์ 70 %เช็ดบริเวณท่อยางของสายน้ำเกลือ หลังถอนเข็มฉีดยาออก

กรณีที่พบปัญหาดันยาไม่เข้า หรือฝืด ให้หยุด และ ถอดเข็มให้นำเกลืออันเดิมทิ้ง และแทงใหม่ก่อนให้ยาต่อ ห้ามใช้แรงในการดันยาเข้าไป เพราะอาจจะไปดันลิ่มเลือดให้หลุดเข้าไปในกระแสเลือด และไปอุดตันหลอดเลืดที่สำคัญอื่นๆได้

Hit Counter