urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้ สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาล
พื้นฐานงานพยาบาล
 

การล้างแผล

โดย กชพร

การล้างแผลถือว่าเป็นศิลป อีกแขนงหนึ่งของการประกอบวิชาชีพพยาบาล

หลักของการล้างแผล นอกจากความสะอาด ปลอดภัย และเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องมีความสวยงาม ก่อให้เกิดความมั่นใจกับผู้ป่วย ในการที่จะต้องไปปรากฏต่อสายตาสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาดแผลบริเวณใบหน้า

ขอย้ำ ....บริเวณ ใบหน้าอันเป็นที่รักยิ่งของบุคคลทุกเพศทุกวัย ใบหน้าอันบ่งบอกถึงวาสนา บุญบารมี ถ้าจะมีสิ่งแปลกปลอมอันใด มาปะติดที่ใบหน้านั้นแล้วไซร้ ก็ควรจะเป็นสิ่งที่สวยงาม ไม่สร้างความเคอะเขินแก่เจ้าของใบหน้า

ผู้เขียนเคยพบเห็นศิลปการปิดแผล ใน รูปแบบที่ชวนให้ผู้เขียนต้องแอบอมยิ้ม แต่ก็ไม่อยากให้คุณพยาบาลลอกเลียนแบบ

แบบที่ 1 ผู้ป่วยหน้าผากแตก ติดพลาสเตอร์เป็นกากบาท มีทั้งแบบ + และ X ผู้ป่วยก็คงไม่คิดอะไร เพราะมีความเชื่อมั่นในฝีมือของคุณหมอและคุณพยาบาล ....แต่ผู้เขียนคิด " เหมือนที่ี่เคยเห็นในการ์ตูน ยังงั้นเลย"

แบบที่ 2 ปิดตาโดย ปิดพลาสเตอร์คาดผ่านแนวคิ้วและ สันจมูกยาวมาราวกับโจรสลัด พาลทำให้ผู้เขียนนึกถึง Jack Sparrow ในหนังเรื่อง The pirate of the caribian จนต้องแอบอมยิ้มไปพลาง เปิดผ้าปิดตาไปพลาง ไม่รู้ว่าผู้ป่วยจะทันสังเกตหรือปล่าว แต่ที่แน่ๆหลังจากเปลี่ยนผ้าปิดตาให้เสร็จแล้ว ผู้ป่วยชมว่า "คุณพยาบาลดูท่าทางมีความสุขจัง ... "

เริ่มเข้าวิชาการกันดีกว่า ว่าด้วยขั้นตอนการล้างแผล เริ่มจาก

1. เปิดผ้าปิดแผลเดิมออก แล้วก็ทิ้งให้ลงถัง

2. ล้างแผลด้วยน้ำเกลือล้างแผล

3. ป้ายยาฆ่าเชื้อลงบนแผล

4.ปิดผ้าปิดแผล และติดพลาสเตอร์

อืม...ก็ดูง่ายดีไม่ยุ่งยาก ใครๆก็ทำได้ แต่ทำไมต้องมาโรงพยาบาลกันด้วยเล่า ... ก็เพราะแต่ละขั้นตอนมันเป็นศิลป งัย จึงต้องให้พยาบาลผู้มีใบประกอบโรคศิลปเป็นผู้ทำ

ก่อนการล้างแผล ต้องเข้าใจรูปแบบของการล้างแผลก่อน การล้างแผลมี 2 แบบ คือ ล้างแผลแบบแห้ง ( Dry dressing ) และ ล้างแผลแบบเปียก (Wet dressing)

การล้างแผลแบบแห้ง เหมาะสำหรับแผลแห้ง แผลที่ไม่มีลักษณะของการอักเสบ ไม่มีสารคัดหลั่ง

วิธีล้างแผล ก็ล้างแบบแห้ง อย่าให้แผลเปียก โดยเช็ดบริเวณรอบแผลด้วย 70% alcohol เช็ดวนจากขอบแผลด้านในแล้ววนออกด้านนอก ไม่เช็ดวนซ้ำรอยเดิม

ขณะเช็ดวน ให้ใช้สายตาสังเกตลักษณะของแผลด้วยว่า มีอาการอักเสบหรือไม่ หรือแผลแห้งสนิทแล้วหรือยัง

ถ้าแผลแห้งดี ก็็ป้ายน้ำยาฆ่าเชื้อไปที่บริเวณแผล และปิดด้วยผ้าปิดแผล ติดยึดด้วยพลาสเตอร์ปิดแผล

แต่ถ้าแผลเริ่มมีอาการอักเสบหรือมีสารคัดหลั่ง ให้ล้างแผลแบบเปียก

การล้างแผลแบบเปียก เหมาะสำหรับแผลเปียก แผลที่ยังไม่แห้ง แผลอักเสบ มีสารคัดหลั่ง

ขั้นตอนที่ 1 เปิดผ้าปิดแผล

ก่อนล้างแผลจะต้องเปิดผ้าปิดแผลเดิมออกก่อน การเปิดแผลนี่แหละขั้นตอนสำคัญ ผู้ป่วยจะประทับใจหรือ จำฝังใจกับพยาบาลผู้ล้างแผล ก็ตอนนี้แหละ เริ่มต้นจากพลาสเตอร์ปิดแผลที่อยู่ชั้นบนสุดก่อน พลาสเตอร์บางชนิดเมื่อประทับไปบนผิวหนังของผู้ป่วยแล้วจะติดเหนียวทนทานมาก

การลอกพลาสเตอร์ ต้องลอกไปตามแนวเดียวกับแนวขน อย่าลอกย้อนแนวขน เพราะผู้ป่วยเจ็บ ระหว่างลอกพลาสเตอร์ให้ใช้นิ้วกดผิวหนังบริเวณรอบไว้ด้วย จะช่วยลดการดึงรั้งของผิวหนัง ไม่ใช่ดึงจนหนังยาวยืด

หลังจากลอกพลาสเตอร์ออกแล้ว อาจมีคราบเหนียวของพลาสเตอร์ติดอยู่ ให้ใช้สำลีชุบเบนซินเช็ดคราบเหนียวออก และ เช็ดตามด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% เพื่อป้องกันผิวหนังระคายเคือง และกำจัดกลิ่นเบนซิน

เมื่อลอกพลาสเตอร์ที่ติดผิวหนังออกได้แล้วก็ค่อยๆลอกผ้าปิดแผลออก กรณีที่พบว่าผ้าปิดแผล แห้งติดกับเนื้อแผลลอกออกยาก ให้ใช้น้ำเกลือล้างแผลชโลมไว้ให้ทั่วผ้าปิดแผล รอจนน้ำเกลือซึมผ่านผ้าปิดแผล แล้วค่อยลอกออก วิธีนี้จะช่วยลดการทำลายของเนื้อเยื่อที่เกิดใหม่ และลดความเจ็บปวดจากการล้างแผล

เมื่อลอกผ้าปิดแผลออกได้แล้วอย่าเพิ่งทิ้งลงถัง จนกว่าจะสำรวจดูลักษณะของ discharge ที่ติดอยู่บนผ้าปิดแผลทั้งรูปแบบ สี กลิ่น ปริมาณ จนถี่ถ้วนแล้ว จึงค่อยทิ้งผ้าปิดแผลลงถัง อย่าลืมทิ้งให้ถูกต้องตามประเภทของขยะติดเชื้อ

ขั้นตอนที่ 2 ล้างแผล

เริ่มจาก เช็ดบริเวณรอบแผลด้วย 70% alcohol เช็ดวนจากขอบแผลด้านในแล้ววนออกด้านนอก ไม่เช็ดวนซ้ำรอยเดิม หลังจากเช็ดรอบขอบแผลแล้ว จึงใช้สำลีชุบน้ำเกลือสำหรับล้างแผล เช็ดล้างสารคัดหลั่งภายในบริเวณแผล โดยการเช็ดยึดหลักการเดิม เช็ดจากด้านในออกด้านนอก ไม่วนซ้ำรอยเดิม ถ้าแผลยังไม่สะอาดให้เปลี่ยนสำลีก้อนใหม่ และเช็ดซ้ำจนกว่าแผลจะสะอาด

ขั้นตอนที่ 3 ป้ายน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนแผล

แผลที่ยังมีสารคัดหลั่งอยู่มาก ให้ใช้ผ้าก๊อสชุบน้ำยาฆ่าเชื้อปิดทับบนแผล

บาดแผลเป็นหลุมลึกมาก หลักสำคัญของการดูแลแผลหลุมลึก คือ ต้องระวังอย่าให้ปากแผลปิดก่อนที่ก้นแผลจะแห้ง เพราะจะเกิดการอักเสบจากที่สิ่งคัดหลั่งระบายออกไม่ได้ เวลาล้างแผล ต้อง ใส่ผ้าก็อสยาวๆ แหย่ให้ลึกถึงก้นแผล และค้างไว้ที่ปากแผล เพื่อให้เป็นช่องทางในการระบายสิ่งคัดหลั่ง

ขั้นตอนที่ 4 ปิดผ้าปิดแผล และติดพลาสเตอร์ ขั้นตอนนี้แหละดูเหมือนจะง่าย แต่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ ต้องใช้ศิลปะล้วนๆ

ปริมาณและขนาดของผ้าปิดแผลที่จะใช้ ต้องเหมะสมกับขนาดของบาดแผล ไม่ใช่ปิดแผลเสียใหญ่โต เปิดออกมามองหาแผลแทบไม่เห็น ส่วนปริมาณชั้นของผ้าปิดแผล ก็ให้ประเมินจากผ้าปิดแผลอันเดิม ที่ให้พิจารณาสารคัดหลั่งที่ติดอยู่ก่อนทิ้งลงถังไป ในขั้นตอนที่ 1 ถ้าพิจารณาแล้วว่า ปริมาณสารคัดหลั่งไม่ซึมทะลุถึงผ้าปิดแผลชั้นนอก ก็ใช้ผ้าปิดแผลปริมาณเท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิมได้

การติดพลาสเตอร์ ให้ติดตามแนวขวางของลำตัว ไม่ควรติดพลาสเตอร์เป็นกากบาท ทั้งแบบ + และ X แบบที่เคยเห็นในการ์ตูน เว้นเสียแต่ผู้ป่วยจะเห็นชอบด้วย

ผู้ป่วยบางคนมีผิวมัน ก่อนติดพลาสเตอร์ให้ใช้ 70% alcohol เช็ดทำความสะอาดผิวก่อน จะช่วยให้พลาสเตอร์ติดแน่นขึ้น

ความยาวของพลาสเตอร์ต้องเรียบเสมอกัน บ่อยครั้งที่เห็นติดมาแบบฟันเลื่อย เนื่องจากที่ตัดพลาสเตอร์เป็นลักษณะฟันเลื่อย ผู้เขียนขอแนะนำให้ใช้กรรไกรเล็มขอบพลาสเตอร์ก่อนติดบนตัวผู้ป่วย บางคนพอติดเข้าไปแล้ว เพิ่งคิดได้ จะดึงออก ก็เสียดายพลาสเตอร์ จะปล่อยไว้แบบนี้ก็ไม่สวยงาม จะเป็นที่ครหาว่าไม่มีศิลปะ อย่ากระนั้นเลย ยังงัยก็ต้องเล็มขอบตามที่ได้ร่ำเรียนมา ว่าแล้ว.....เธอจึงยกกรรไกรขึ้นเล็ม ทั้งที่พลาเตอร์ยังติดอยู่บนหน้าผู้ป่วย.... ...ดูเธอทำ....

หมายเหตุ... ก่อนลงมือล้างแผลควรเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ให้พร้อม จัดวางในบริเวณที่สามารถหยิบใช้ได้สะดวก

 

Hit Counter