urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้ สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาล
พื้นฐานงานพยาบาล
 

การปฐมพยาบาลกระดูกหักและข้อเคลื่อน

ความหมาย

กระดูกหัก (Fracture):   เป็นภาวะที่มีการแตกหรือหักของกระดูกอย่างต่อเนื่อง กระดูกหักอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความพิการ ตามมาได้ หรือในบางรายอาจทำให้เสียชีวิต เนื่องมาจากอวัยวะที่สำคัญ ๆ เช่น สมอง ตับ ลำไส้ หรือ เส้นเลือดแดง ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงร่วมด้วย 

ข้อเคลื่อน (Dislocation): เกิดขึ้นได้เมื่อมีการบาดเจ็บบริเวณข้อต่อต่าง ๆ เช่น เข่า ข้อเท้า หรือหัวไหล่

ข้อเคล็ด (Sprain):  เกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อประสานรอบ ๆ ข้อมีการฉีกขาด  

ผู้บาดเจ็บที่มีอาการข้อเคลื่อน หรือข้อเคล็ด  พบว่าบริเวณที่บาดเจ็บมีการบวม  อาจจะมีการผิดรูป หรือสีผิวหนังบริเวณที่บาดเจ็บเปลี่ยนไป  

ชนิดของกระดูกหัก

                กระดูกหัก แบ่งออกได้เป็น  ๒ ชนิด ดังนี้                     

๑. กระดูกหักธรรมดาหรือแบบปิด (Simple or Closed fracture): กระดูกหักชนิดนี้จะไม่มีบาดแผลติดต่อกับภายนอก มีเพียงการแตกของกระดูกแต่ไม่มีการฉีกขาดเหนือบริเวณผิวหนัง แต่เนื้อเยื่อภายใต้ผิวหนังมีการถูกทำลาย (ดูภาพ A)    

๒. กระดูกหักทะลุหรือแบบเปิด   (Compound or Open fracture):

กระดูกหักชนิดนี้ จะมีบาดแผลเปิดจากผิวหนัง ผ่านเนื้อเยื่อเข้าไปยังตำแหน่งที่หัก ปลายกระดูกอาจโผล่ออกมาทางบาดแผลหรือไม่ก็ได้ มีการปนเปื้อนเชื้อโรค และเป็นสาเหตุให้มีการติดเชื้อตามมาได้ 

ข้อพึงระวัง :  ไม่ควรให้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเจ็บ ณ บริเวณที่เกิดเหตุ จนกว่าจะพิสูจน์ ได้ว่าผู้บาดเจ็บไม่มีกระดูกหัก เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้รับอันตรายและนำไปสู่ ภาวะช็อคตามมาได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยเจ็บมีกระดูกหักร่วมด้วยหรือไม่ ให้ทำการดูแลช่วยเหลือเช่นเดียวกับผู้บาดเจ็บกระดูกหัก บริเวณที่กระดูกหัก ส่วนปลายของกระดูกที่แหลม อาจทำให้เส้นเลือดมีการฉีกขาดได้

การประเมินการบาดเจ็บ

  การเตรียมความพร้อมต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการช่วยชีวิต ผู้ทำการช่วยเหลือจะต้องรู้ถึงข้อบ่งชี้ต่าง ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปของผู้บาดเจ็บ

ข้อพึงระวัง : ห้ามทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ กรณีที่สงสัยว่ามีการบาดเจ็บบริเวณหลังหรือบริเวณคอ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในการที่จะเคลื่อนย้าย เพราะอาจจะเป็นสาเหตุทำให้ผู้บาดเจ็บเกิดเป็นอัมพาตที่ถาวรและเสียชีวิตได้

  ณ จุดเกิดเหตุเมื่อพบผู้บาดเจ็บที่สงสัยว่ามีกระดูกหัก 

๑.) ถามผู้บาดเจ็บ ถึงตำแหน่งหรือบริเวณที่ได้รับการบาดเจ็บ  ดังนี้

- คุณรู้สึกว่ามีอาการปวดหรือไม่  ,- บริเวณไหนที่คุณรู้สึกเจ็บ ,- คุณสามารถเคลื่อนไหวบริเวณที่บาดเจ็บได้หรือไม่

หมายเหตุ : รายที่ปรากฏให้เห็นชัดเจนว่า อวัยวะส่วนที่ได้รับบาดเจ็บนั้นผิดรูป ไม่ต้องให้ผู้บาดเจ็บเคลื่อนไหว

๒.) มองดูบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บว่ามีท่าที่ผิดไปจากธรรมชาติหรือไม่

๓.) มองดูว่ามีกระดูกโผล่หรือยื่นออกมาจากบริเวณที่บาดเจ็บหรือไม่

การตรวจสอบ ระบบการไหลเวียนเลือดที่อยู่ต่ำกว่าตำแหน่งที่บาดเจ็บ

๑.) สังเกตผิวหนังผู้บาดเจ็บว่ามีลักษณะอย่างไร เช่น  ซีด ขาว น้ำเงิน-เทา  เพื่อนำมาเป็นข้อบ่งชี้ถึงการไหลเวียนของเลือด ระบบการไหลเวียนสามารถทำการตรวจสอบได้โดยการใช้แรงกด ที่บริเวณนิ้วหัวแม่มือ หรือบริเวณเล็บของนิ้ว และสังเกตการกลับคืนตัวของเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณเล็บมืออย่างรวดเร็ว ถ้าการกลับคืนตัวของเลือดที่มาเลี้ยงนิ้วมือข้างที่บาดเจ็บช้ากว่าปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับนิ้วข้างดี แสดงถึงระบบการไหลเวียนเลือดไม่ดี

๒.) ตรวจสอบอุณหภูมิบริเวณที่บาดเจ็บ   โดยใช้มือสัมผัสบริเวณด้านข้างของส่วนที่บาดเจ็บเปรียบเทียบกับด้านที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ถ้าบริเวณส่วนปลายของบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บเย็นกว่า เป็นข้อบ่งชี้ว่าระบบการไหลเวียนเลือดไม่ดี

๓.) ถามผู้บาดเจ็บ  เพื่อประเมินถึงความรู้สึกของอวัยวะส่วนปลายว่าหมดความรู้สึกหรือไม่  เย็น คับตึง หรือรู้สึกปวดแปลบหรือไม่

ข้อพึงระวัง :

- ผู้บาดเจ็บที่มีกระดูกส่วนปลายของแขนขาหัก มักจะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดไม่ดี โดยสังเกตได้จาก การหมดความรู้สึก  รู้สึกปวดแปลบ เย็น หรือซีดบริเวณผิวหนัง ผู้บาดเจ็บเหล่านี้ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ สำหรับทำการรักษา ซึ่งจะต้องกระทำโดยฉับพลัน เพื่อป้องกันการสูญเสียอวัยวะเหล่านั้น

- ถ้ากระดูกหักแบบที่มีแผลทะลุ และเห็นกระดูกโผล่ออกมาจากผิวหนัง  ห้ามดันกระดูกกลับเข้าไปในผิวหนังเด็ดขาด ให้ใช้ผ้าพันแผลสนามปิดบาดแผลไว้

วัสดุและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเข้าเฝือกชั่วคราว

                ๑. เฝือกชั่วคราว (Splints)  อาจใช้ ไม้กระดาน กิ่งไม้ หรือกระดาษแข็ง หากไม่มีสิ่งใดอาจใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเป็นเฝือกชั่วคราวได้ เช่น กระดูกแขนหัก ให้ใช้ทรวงอก ของผู้บาดเจ็บเองเป็นเฝือกชั่วคราว หรือกระดูกขาหัก อาจใช้ขาข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเป็นเฝือกชั่วคราวได้เช่นเดียวกัน

                ๒. สิ่งรองรับส่วนที่บาดเจ็บ (Padding) เป็นวัสดุที่นำมาใช้รองรับอวัยวะส่วนที่มีการบาดเจ็บร่วมกับการเข้าเฝือกชั่วคราว อาจเป็น เสื้อผ้า ผ้าห่ม ผ้าปันโจ หรือใบของพืชผัก เป็นต้น

                ๓. ผ้าพันแผล (Bandages)  อาจประยุกต์ใช้จาก เข็มขัด สายสะพายปืน ผ้าสี่เหลี่ยมหรือผ้าเช็ดหน้า ชิ้นส่วนของเสื้อผ้าหรือผ้าห่มที่ฉีกออกเป็นชิ้นยาว ๆ วัสดุที่มีลักษณะเป็นเส้นเล็ก ๆ เช่น ลวด เชือก ไม่นำมาใช้เป็นผ้าพันแผล ในการเข้าเฝือกชั่วคราว เพราะจะทำให้อวัยวะส่วนปลาย และเนื้อเยื่อบริเวณที่บาดเจ็บถูกทำลาย

                ๔. ผ้าแขวนแขนที่บาดเจ็บ (Slings)  เป็นผ้าที่นำมาใช้สำหรับแขวนคอ ในการรองรับการบาดเจ็บของอวัยวะส่วนปลาย เช่น การบาดเจ็บของแขน ถ้าผ้าพันแผลหาได้ไม่ทัน อาจใช้ชิ้นส่วนของเสื้อผ้าที่ฉีกออกมาเป็นชิ้นยาว ๆ  นำมาใช้แขวนได้  ผ้าพันแผลชนิดสามเหลี่ยม  เป็นสิ่งที่นำมาใช้ได้เป็นอย่างดี  พึงระลึกไว้เสมอว่ามือของผู้บาดเจ็บจะต้องยกสูงกว่าข้อศอกอยู่เสมอ และต้องเห็นนิ้วมือ

การประยุกต์ใช้เฝือกชั่วคราว

๑.) เข้าเฝือกชั่วคราวผู้บาดเจ็บที่กระดูกหักในท่าที่พบครั้งแรก อย่าพยายามจัดท่าให้ผู้บาดเจ็บใหม่ หรือดึง ยืด บริเวณที่บาดเจ็บให้ตรง  ถ้าเป็นกระดูกหักที่บาดแผลร่วมด้วย  ทำการห้ามเลือดและปิดแผลด้วยผ้าพันแผลสนามก่อนที่จะเข้าเฝือกชั่วคราว

๒.) ตำแหน่งของเฝือกชั่วคราวจะอยู่ด้านข้างของกระดูกที่หัก และต้องแน่ใจว่าเฝือกต้องมีความยาวเพียงพอ เหนือตำแหน่งของข้อต่อ และยาวลงมาให้ต่ำกว่าบริเวณที่กระดูกหัก

๓ เชือกหรือผ้าที่จะนำมาผูกเฝือกชั่วคราว จะต้องอยู่เหนือและต่ำกว่าบริเวณกระดูกหัก อาจใช้ผ้าผูกคอ กรณีเร่งด่วนอาจใช้ชิ้นส่วนของผ้าที่ฉีกออกเป็นชิ้นยาว ๆ  เข็มขัด หรือวัสดุอย่างอื่น  ที่ใช้ได้กับส่วนที่บาดเจ็บเล็กน้อย  เพื่อผูกผ้าเข้ากับเฝือก ดันผ้าผ่านเข้าไปด้านล่างของตามส่วนโค้งตามธรรมชาติของร่างกาย จัดตำแหน่งผ้าที่จะผูก แล้วผูกปมไว้ด้านข้าง ห้ามผูกปมเหนือบริเวณที่สงสัยว่าจะมีกระดูกหัก

Hit Counter